หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า ULTHERA ยกกระชับ แต่อาจจะยังไม่ทราบว่ามันคืออะไร? หรือสงสัยว่าทำไมต้องทำ? โดยเทคนิคนี้เป็นเทคนิคในการยกกระชับใบหน้าที่ได้รับความนิยมสูงมากในยุคปัจจุบัน วันนี้หมอจะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับ Ulthera ให้ฟังกันค่ะ…

โปรแกรม ULTHERA คืออะไร?

เทคนิค ULTHERA เป็นวิวัฒนาการต่อยอดของนวัตกรรม Ultrasound ซึ่งมีส่วนช่วยในการยกกระชับใบหน้าให้แลดูอ่อนเยาว์ โดยมีการทำงานคือ ULTHERA จะเข้าไปช่วยฟื้นฟูผิวพร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เพื่อลดปัญหาผิวหย่อนคล้อยบนใบหน้า ด้วยการใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความเฉพาะเจาะจงและแม่นยำ (Micro Focused Ultrasound Visualization หรือ MFU-V) ส่งเป็นความร้อนลงไปที่ชั้นพังผืดใต้ผิวหนังที่ช่วยพยุงผิว ที่เรียกว่า SMAS ซึ่งอยู่ที่ระดับความลึก 3 และ 4.5 มิลลิเมตร ทำให้ SMAS เกิดการหดตัว และยกกระชับขึ้น

 โดยกระบวนการทำงานนั้น เครื่องจะส่งคลื่นอัลตร้าซาวด์ โดยเน้นไปที่ชั้นผิวชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดแก้ไขในการทำศัลยกรรมตกแต่งแต่ไม่ต้องผ่าตัด หรือทำลายชั้นผิวแต่อย่างใด  พลังงานนี้จะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการตอบสนองตามธรรมชาติ เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และช่วยฟื้นฟูคอลลาเจนที่อ่อนแอให้แข็งแรง มีชีวิตชีวาขึ้น ผู้รับบริการบางท่านสามารถเห็นผลลัพธ์เบื้องต้นได้ทันทีหลังจากได้รับการทำ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะค่อย ๆ ยกกระชับผิวบริเวณใบหน้าและลำคอ

ระดับของความลึกของหัว Ulthera

แนะนำ Ulthera วิธียกกระชับหน้าอย่างปลอดภัย เห็นผลไว

ระดับการยิงความลึกของ Ulthera นั้นมีผลต่อกระบวรณการรักษา และมีผลต่อผลลัพธ์หลังทำกับคนไข้อย่างมากค่ะ ซึ่งแพทย์ผู้ชำนาญการจะเป็นผู้ประเมินและเลือกหัว Ulthera ที่เหมาะสมต่อปัญหาของคนไข้ ดังนี้ 

  • หัว Ulthera ขนาด 1.5 มิลลิเมตร ส่งผลต่อชั้นผิวตื้น (Epidermis และ Dermis ส่วนบน) เน้นปรับปรุงพื้นผิว ริ้วรอยละเอียด และความกระจ่างใส กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นตื้น ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น 
  • หัว 3.0 มิลลิเมตร: ส่งผลต่อชั้นไขมัน (Subcutis) และคอลลาเจนแนวตั้ง เสริมความแข็งแรงโครงสร้างผิวชั้นกลาง ช่วยลดความหย่อนคล้อยระดับปานกลาง
  • หัว 4.5 มิลลิเมตร: ส่งผลถึงชั้น SMAS ที่มีคอลลาเจนแนวนอน รักษาถึงชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า ให้ผลลัพธ์การยกกระชับที่ชัดเจนกว่า

Ulthera เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวสวยขึ้น
  • ผู้ที่มีผิวหน้าไม่กระชับ หย่อนคล้อยตามอายุ
  • ผู้ที่หางคิ้วตก
  • ผู้ที่อยากปรับสภาพผิวให้แล คืนความยืดหยุ่นให้แก่ผิว
  • ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง
  • ผู้ที่ต้องการลดเหนียง คางสองชั้น ลำคอเหี่ยวย่น

วิธีดูแลตนเองหลังทำ Ulthera

  • หลีกเลี่ยงการโดนแดดนานๆ และกิจกรรมที่ต้องอยู่ความร้อนนาน ๆ ประมาณ 7 วัน
  • งดทำเลเซอร์หรือทำทรีตเมนต์ ประมาณ 7 วัน
  • ไม่ควรสัมผัสผิวหน้าแรง ๆ เช่น จับ ถู เพราะอาจจะเสี่ยงต่ออาการช้ำและระบมได้
  • ควรประคบเย็น หากมีอาการบวมแดงบริเวณที่ทำ
  • ควรนอนหมอนสูงจะช่วยบรรเทาอาการให้ช่วง 7-15 วันแรก จะลดอาการบวมได้

 

ULTHERA

ข้อดี-ข้อเสียของการทำ Ulthera 

  • เทคโนโลยีที่มีความแม่นยำสูง: Ulthera ใช้เทคโนโลยี Micro-Focused Ultrasound with Visualization (MFU-V) ที่ช่วยให้แพทย์ผู้ชำนาญการสามารถทำการรักษาได้ระดับลึกถึงชั้นผิว SMAS ทำให้การรักษามีความแม่นยำสูง จะให้ผลลัพธ์ที่ดี

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตาม : คลื่น Micro Focused Ultrasound Visualization หรือ MFU-V) จะช่วยให้ผิวกระชับรูขุมขน เรียบเนียน กระจ่างใส ลดริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้าในแลดูจางลง

  • ปรับแต่งได้ตามความต้องการเฉพาะบุคคล: สามารถเลือกระดับความลึกและความเข้มข้นของพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล

  • สามารถรักษาได้หลายบริเวณ: นอกจากใบหน้า ยังสามารถใช้กับบริเวณคอ หน้าอก ต้นแขน และส่วนอื่น ๆ ที่มีปัญหาได้

  • เข้ากันได้ดีกับการรักษาอื่นๆ: สามารถทำร่วมกับวิธีการรักษาอื่นๆ เช่น โปรแกรมโบท็อกซ์ โปรแกรมฟิลเลอร์ หรือโปรแกรมเลเซอร์ได้

ข้อจำกัดของการทำ Ulthera

  • ราคาค่อนข้างสูง: เมื่อเทียบกับวิธีการรักษาแบบอื่นๆ Ulthera มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า 

  • ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับบุคคล: สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก Ulthera อาจให้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจนเท่ากับการผ่าตัดดึงหน้า

  • อาจมีอาการข้างเคียง: โดยเฉพาะในผู้ที่มีเส้นเลือดฝอยมากหรือผิวบอบบาง อาจเกิดรอยช้ำที่ใช้เวลา 1-2 สัปดาห์หลังจากการรักษา แต่จะค่อย ๆ หายไปเอง

  • อาจต้องทำหลายครั้งในบางราย: ในบางเคสคนไข้อาจต้องเข้ามากระตุ้นมากกว่า 1 ครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจ 

  • ต้องอาศัยประสบการณ์ของผู้ให้บริการ: ประสิทธิภาพของการรักษาขึ้นอยู่กับทักษะและประสบการณ์ของแพทย์ผู้ให้บริการอย่างมาก ดังนั้นคนไข้ต้องพิจารณาให้รอบคอบ และควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อประเมินความเหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ทำไมต้องทำ ULTHERA กับ “หมอโบ เดอโบคลินิก” DE BEAU CLINIC

การเลือกทำ ULTHERA กับ “หมอโบ” ที่ DE BEAU CLINIC ทุกเคสที่ทำหัตการกับเราจะได้เข้ารับการประเมินและให้คำปรึกษาโดยตรงกับ “พญ.ปาริฉัตร ตัณชวนิชย์” หรือ “หมอโบ” เป็นแพทย์ผู้ชำนาญการด้านผิวหนังที่มีความรู้ด้านความงามมากกว่า 15 ปี จบการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และได้ศึกษาต่อเฉพาะทางด้านผิวหนังที่ Boston University ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนจะทำงานเป็นแพทย์ประจำแผนกผิวหนังและศูนย์ความงามที่โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยานานกว่า 9 ปี และต่อมาได้เปิดคลินิกของตนเองในชื่อ “เดอ โบ คลินิก” (de beau clinic)

ซึ่งประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับจากคนไข้จำนวนมาก ด้วยชื่อเสียงในความละเอียดที่ลูกค้ามักรีวิวว่า “ละเอียด เนียน เป๊ะ!” และการเลือกทำโปรแกรม ULTHERA กับแพทย์ที่มีความชำนาญเช่นนี้ ช่วยให้ลูกค้ามั่นใจในการบริการเนื่องจากความสำเร็จของการทำ ULTHERA ขึ้นอยู่กับความสามารถของแพทย์ในการประเมินสภาพผิว เลือกระดับความลึกและความเข้มของพลังงานที่เหมาะสม รวมถึงเทคนิคการยิงที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้เดอโบคลินิกยังมีมาตรฐาน ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์การทางแพทย์ มีระบบการดูแลทั้งก่อนและหลังการรักษาอย่างครบวงจร และมีการจัดการภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการรักษาและความพึงพอใจของผู้รับบริการในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ulthera 

Ulthera เป็นหัตถการที่เน้นการส่งเป็นความร้อนลงไปที่ชั้นพังผืดใต้ผิวหนังที่ช่วยพยุงผิวชั้น SMAS ซึ่งคลื่นความร้อนนี้จะส่งผลให้ขณะที่ทำการรักษาอาจส่งความรู้สึกให้รู้สึกร้อน ๆ ใต้ชั้นผิวบ้าง ซึ่งความรู้สึกนั้นจะรู้สึกมาก – น้อยจะขึ้นอยู่กับปัญหาของผิวคนไข้และขนาดของหัว Ulthera ที่ใช้ ซึ่งจะถูกประเมิณโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้น

ระดับความลึกในการยิงของหัว Ulthera มีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพและผลลัพธ์ของการรักษา โดยแต่ละหัวจะถูกเลือกจะขึ้นอยู่กับปัญหาที่คนไข้มี เช่น —

  • หัว 1.5 มม. ยิงตื้นเน้นปรับปรุงพื้นผิวและริ้วรอยละเอียด มีความเจ็บปวดและผลข้างเคียงเล็กน้อย
  • หัว 3.0 มม. ยิงลึกถึงชั้นไขมันช่วยเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างผิว ช่วยกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย ความเจ็บปวดระดับปานกลาง 
  • ส่วนหัว 4.5 มม. เป็นหัวที่ใช้สำหรับยิงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า อาจส่งผลความเจ็บปวดเยอะกว่า และระยะฟื้นตัวนานกว่า แต่ให้ผลลัพธ์การยกกระชับที่ชัดเจนกว่าค่ะ

***การเลือกระดับความลึกที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปัญหาที่ต้องการแก้ไข และความพร้อมในการฟื้นตัว ทั้งนี้ในทุกขั้นตอนนั้น เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด จะต้องได้รับการดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะเท่านั้น 

ระยะเวลาในการทำขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการยกกระชับ เช่น การยกกระชับใบหน้าและลำคอจะใช้เวลาประมาณ 60–90 นาที ไม่รวมระยะเวลาของการทายาชา

การทำโปรแกรม Ulthera เป็นหัตการที่ใช้คลื่นความร้อนที่ไม่ใช่การผ่าตัด ดังนั้นคนไข้สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องระวังดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการโดนแดดนานๆ และกิจกรรมที่ต้องอยู่ความร้อนนาน ๆ ประมาณ 3 วัน
  • งดทำเลเซอร์หรือทำทรีตเมนต์ ประมาณ 7 วัน
  • ไม่ควรสัมผัสผิวหน้าแรง ๆ เช่น จับ ถู เพราะอาจจะเสี่ยงต่ออาการช้ำและระบมได้
  • ประคบเย็น หากมีอาการบวมแดงบริเวณที่ทำ

ในบางเคสที่หลังทำอาจมีรอยช้ำหรือบวมบ้างเล็กน้อย แต่ว่าไม่ต้องเป็นกังวลนะคะ เพราะรอยเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองภายใน  7 วัน 

หลังทำโปรแกรม Ulthera จะค่อย ๆ เห็นผลชัดเจนมากขึ้นประมาณเดือนที่ 3 ของการรักษาค่ะ 

ราคาของโปรแกรมจะขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของคนไข้ค่ะ และค่าบริการนั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัย ..

  • ความเชียวชาญของแพทย์ชำนาญการ
  • เครื่อง ULTHERA ของแท้ และ ชนิดของหัว Ulthera
  • จำนวนไลน์ที่ยิง (จำนวนช็อต)

ซึ่งเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ ว่าต้องใช้จำนวนเท่าไร ? ดังนั้นไม่ควรเอาราคาเป็นที่ตั้ง เพราะว่าถ้าซื้อจำนวนช็อตน้อย ๆ ราคารวมไม่แพง แต่เวลาเอามาใช้ยิงจริง ๆ จำนวนกลับไม่เพียงพอกับปัญหาของผิว หรือหากเลือกขนาดหัวยิงที่ค่าพลังงานที่ใช้ต่ำเกินไป ผลการรักษาก็จะไม่ชัดเจน ดังนั้นแนะนำให้มาปรึกษาหมอโบโดยตรงดีกว่าค่ะ 

หมาะกับคนอายุ 30 ปีขึ้นไปที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย แต่ไม่มากเกินไป คนอายุน้อยกว่านี้อาจยังไม่จำเป็น ส่วนคนอายุมากกว่า 65 อาจไม่เห็นผลชัดเท่าที่ควร

ช่วยได้บ้างแต่ไม่มาก Ulthera เน้นกระชับผิวมากกว่าลดไขมัน ถ้าต้องการลดไขมันใต้คางโดยเฉพาะ อาจต้องพิจารณาทรีทเม้นท์ หรือ หัตถการอื่นๆ ร่วมด้วย

ได้ แต่ควรเว้นระยะเวลา ไม่ควรทำพร้อมกัน Ulthera มักใช้ร่วมกับโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือเลเซอร์ได้ดี แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

ควรเว้นระยะประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังการฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ เพราะความร้อนจาก Ulthera อาจทำให้ฟิลเลอร์เสื่อมสภาพเร็วขึ้นหรือกระจายตัว

© 2025 DE BEAU CLINIC. All Rights Reserved.