หนึ่งในนวัตกรรมสำหรับการโกงอายุ หน้าเด็ก ลดอายุแบบรวดเร็ว คือ การฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า (สารเติมเต็ม) ซึ่งเป็นการทำให้หน้าดูสวยเป็นธรรมชาติแบบไม่ต้องขึ้นเตียงผ่าตัดให้เจ็บตัว ก็สามารถปรับแต่งรูปหน้าให้เรียวสวยได้ทุกส่วนทั้งคาง แก้ม ขมับ ร่องแก้ม และหน้าผาก
ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มที่ใช้ฉีดเพื่อแก้ไขปัญหาร่องลึกบนใบหน้าและฟื้นฟูความชุ่มชื้นให้กับผิว สารนี้มีลักษณะเป็นเจลใส มีความหนืดที่สามารถเติมเต็มริ้วรอยตื้น ร่องลึก และปรับรูปทรงใบหน้าได้ โดยส่วนประกอบของฟิลเลอร์นั้นทำมาจากกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะในผิวหนัง กระดูกอ่อน และน้ำในลูกตา ซึ่งเป็นสารเติมเต็มที่นิยมนำมาใช้ได้อย่างแพร่หลายและยังสามารถสลายตัวไปเองได้ตามธรรมชาติ
โดยโปรแกรมฟิลเลอร์นั้น เป็นสารเติมเต็มที่สามารถนำมาใช้แก้ไขปัญหาหลากหลายบริเวณของใบหน้า เช่น ร่องใต้ตา ร่องแก้ม ขมับตอบ แก้มตอบ คางสั้น ริมฝีปากบาง รวมถึงหลุมสิวและเส้นรอยย่นรอบลำคอ นอกจากการเติมเต็มร่องลึกแล้ว ฟิลเลอร์ยังมีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวที่แห้งกร้าน ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมามีสุขภาพดีและแลดูอ่อนเยาว์มากขึ้น
สารเชื่อมโยง (Cross-linking Agents): สารที่ใช้เชื่อมโมเลกุลของกรดไฮยาลูโรนิกเข้าด้วยกัน ทำให้เจลมีความหนืดและคงอยู่ในร่างกายได้นานขึ้น เช่น BDDE (1,4-butanediol diglycidyl ether)
ยาชาเฉพาะที่ (Lidocaine): ในฟิลเลอร์หลายชนิดมักมีส่วนผสมของยาชาเพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างการฉีด ทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บน้อยลงระหว่างทำหัตถการ
บัฟเฟอร์ (Buffer): สารที่ช่วยรักษาระดับความเป็นกรด-ด่าง (pH) ให้เหมาะสมกับผิวหนัง
น้ำกลั่น (Sterile Water): ใช้เป็นตัวทำละลายและปรับความเข้มข้นของเจล
หากแบ่งชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้สำหรับฉีดเติมเต็มร่องริ้วรอยต่าง ๆ แบ่งได้เป็น 3 ชนิด คือ
ฟิลเลอร์เดอโบคลินิก จะมีให้บริการเฉพาะ “ฟิลเลอร์แท้” นำเข้าจากยุโรปแท้ก็คือยี่ห้อ JUVEDERM , RESTYLANE ซึ่งก่อนฉีดหมอจะทำการแกะกล่องต่อหน้าคนไข้ก่อนฉีดทุกกล่อง เพื่อตอกย้ำความมั่นใจว่า ฟิลเลอร์ที่หมอโบเลือกใช้นั้นเป็นของแท้ ไม่มีการสอดไส้หรือหลอกลวงแน่นอนค่ะ
เป็นการเติมเต็มบริเวณร่องใต้ตาลึก ด้วยสารประเภทไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic acid) เพื่อแก้ไขปัญหาใต้ตาคล้ำ ร่องใต้ตาลึก ถุงไขมันใต้ตา เปลี่ยนใบหน้าที่ดูเหนื่อยล้า อดนอน ให้ดูสดชื่น สดใส คืนความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้า ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้อยู่ระหว่าง 1-3 cc ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปัญหามากน้อยและโครงสร้างใบหน้าของคนไข้แต่ละคน
ขมับตอบทำให้เกิดปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย และเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงอายุที่มากขึ้น ทำให้บริเวณโหนกแก้มของเราดูนูนใหญ่กว่าที่ควรจะเป็น ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้โดยการเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์ บริเวณขมับค่ะ ทำให้ใบหน้าดูยกกระชับ หน้าเรียวขึ้น โหนกแก้มลดลง กรอบหน้าดูละมุนและอ่อนเยาว์ขึ้น ทำการรักษาเพียงครั้งเดียวอยู่นานถึง 2 ปี ใช้ฟิลเลอร์เพียง 1cc / ข้าง
ร่องแก้มเป็นอีกหนึ่งบริเวณที่ทำให้ดูมีอายุ และดูใบหน้าหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึกเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างกระดูกใบหน้าในช่วงอายุตั้งแต่ 30 ปี ขึ้นไป ในบางราย ร่องแก้มลึกอาจเกิดหลังจากการจัดฟัน เราสามารถแก้ปัญหาร่องแก้มลึกได้โดยการเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์จะทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น
โปรแกรมฟิลเลอร์แก้มตอบใช้สารกรดไฮยาลูโรนิกฉีดเข้าบริเวณแก้มเพื่อเพิ่มปริมาตรให้กับใบหน้าที่ดูผอมหรือแก้มบุ๋ม เมื่ออายุมากขึ้น แก้มมักจะยุบตัวทำให้ใบหน้าดูโทรมและดูแก่กว่าวัยช่วยเพิ่มมิติให้แก้มดูอิ่มเต็ม สร้างโครงหน้าให้มีมิติ ลดเส้นร่องแก้มให้ตื้นขึ้น ยกกระชับผิวบริเวณแก้มและใต้ตา ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์
โปรแกรมฉีดเสริมคางด้วยฟิลเลอร์เป็นหนึ่งในการปรับโครงหน้าที่ได้รับความนิยม โดยแพทย์จะนำสารเติมเต็มไฮยาลูโรนิกมาฉีดบริเวณคางเพื่อปรับแต่งโครงสร้าง ทำให้คางมีมิติชัดเจน หรือแก้ไขคางให้มีความสมดุลมากขึ้น
โปรแกรมฟิลเลอร์ปากเป็นการเติมเต็มริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มและมีสุขภาพดี ด้วยการฉีด HA Filler (กรดไฮยาลูโรนิก) เข้าสู่ริมฝีปาก ช่วยแก้ไขปัญหาลิปสติกตกร่อง ปากแห้งเป็นขุย และริมฝีปากบางไม่มีมิติ การทำโปรแกรมฟิลเลอร์ปากใช้ปริมาณเพียง 1 ซีซี ก็ช่วยให้ผลลัพธ์ริมฝีปากดูอิ่มเป็นธรรมชาติ มีขอบปากที่คมชัด และความชุ่มชื้นที่ดีขึ้น
โปรแกรมฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปตามวัย และแก้ไขปรับสมดุลให้ใบหน้าดูสมส่วน สวยงาม ด้วยการเติมเต็มสารไฮยาลูโรนิกเข้าสู่จุดต่าง ๆ ของใบหน้า เพื่อยกกระชับใบหน้าโดยรวม ให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ ปรับให้ใบหน้าให้มีมิติชัดเจน โปรแกรมนี้มีความเฉพาะตัวสำหรับแต่ละบุคคล แพทย์จะวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าและออกแบบการฉีดให้เหมาะสม เพื่อปรับรูปหน้าให้สวยสมส่วนและดูเป็นธรรมชาติ


สิ่งที่ทำให้คนไข้ทุกรายติดใจและกลับมาใช้บริการซ้ำกับหมอโบ ไม่ใช่เพียงความใส่ใจในรายละเอียดเพื่อผลลัพธ์ที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเทคนิคพิเศษเฉพาะตัวที่โดดเด่น
หมอโบมีความมือเบาส่งผลให้คนไข้รู้สึกเจ็บปวดน้อยมาก และในขั้นตอนการเติมเต็มสารนั้น หมอโบยังคำนึงถึงโครงสร้างใบหน้าอย่างเป็นองค์รวมเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด ส่งผลให้นอกจากจะได้ความสวยงามแล้ว ยังได้การยกกระชับใบหน้าไปพร้อมกัน
จุดเด่นอีกประการที่ทำให้คนไข้ประทับใจคือ หลังการฉีดจะแทบไม่มีร่องรอยของเข็มหรือรอยช้ำบนใบหน้าเลย ทำให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที ไม่ว่าจะไปช้อปปิ้ง ทานข้าว หรือพบปะเพื่อนฝูง โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครสังเกตเห็นรอยเข็มเลย
ฟิลเลอร์แบรนด์อเมริกาที่ได้รับความนิยมสูงมาก มีมาตรฐานสูง จุดเด่นของฟิลเลอร์ยี่ห้อนี้คือ มีความยืดหยุ่นสูง มีความคงตัวดี อุ้มน้ำสูง มีส่วนผสมของ LIDOCAINE ยาชาชนิดหนึ่งที่ช่วยลดความเจ็บ และยังช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลายขณะฉีดอีกด้วย
Juvederm VOLUMA คุณสมบัติพิเศษของรุ่นนี้คือ เนื้อฟิลเลอร์จะมีความเป็นเนื้อเจลหนาแน่นและคงตัวได้ดี เมื่อฉีดเข้าไปจะทำให้ผิวเรียบเนียน ยกกระชับใบหน้า มีผลข้างเคียงน้อย เหมาะสำหรับฉีดบริเวณขมับ แก้ม คาง และการปรับรูปหน้า
Juvederm VOLIFT เนื้อฟิลเลอร์จะมีความนิ่มปานกลาง ไม่ไหลง่าย นิยมใช้ฉีดเติมร่องลึกต่าง ๆ เช่น ขมับ ร่องน้ำหมาก โปรแกรมฟิลเลอร์ทำปากเป็นรูปกระจับ
Juvederm VOLBELLA เนื้อฟิลเลอร์ให้ความสัมผัสคล้ายเจลนิ่มๆ เหมาะสำหรับการฉีดแก้ไขบริเวณที่มีปัญหาไม่เยอะ หรือมีริ้วรอยบาง ๆ เช่น ริ้วรอยตื้น ๆ บริเวณใต้ตา ฉีดเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ริมฝีปาก
Juvederm ULTRA XC เนื้อฟิลเลอร์นิ่ม เหมาะสำหรับใช้ฉีดเพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึก ๆ เช่น ขมับ แก้ม ริ้วรอยลึก คาง และจมูก
Juvederm ULTRA PLUS XC เนื้อฟิลเลอร์คล้ายเจลมีความแน่นสูง นิยมใช้ปรับบริเวณที่ต้องการความอิ่มฟูเยอะ ๆ เช่น ขมับ แก้มตอบ ร่องแก้ม คาง และปรับรูปหน้าเพราะให้ผลลัพธ์ที่สวยดูเป็นธรรมชาติ
Juvederm VOLITE จุดเด่นของรุ่นนี้คือ เนื้อฟิลเลอร์มีความบางเบาสูง เมื่อฉีดเข้าไปแล้วส่งผลให้บริเวณที่ฉีดมีความชุ่มชื่น ฉ่ำวาว แลดูสุขภาพดี ลดเลือนริ้วรอย รูขุมขนเล็กลง และเหมาะสำหรับฉีดแก้ไขผิวหน้า ลำคอ เนินอก และหลังมือ
สำหรับฟิลเลอร์ยี่ห้อนั้น Restylane สัญชาติสวีเดนที่มีความปลอดภัยสูงเพราะมีส่วนประกอบสำคัญที่ใกล้เคียงกับไฮยารูลอนิกแอซิดที่อยู่ในร่างกายมนุษย์ จึงทำให้เกิดการแพ้หรือผลข้างเคียงน้อยมากก นิยมนำไปใช้ได้หลายบริเวณ
ฟิลเลอร์สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ที่มีจุดเด่น คือ กล่องจะมีสีสันสดใสบ่งบอกรุ่นแต่ละสูตรทำให้จดจำได้ง่าย มีส่วนประกอบสำคัญจาก Hyaluronic acid-HA และยังมีคุณสมบัติเป็นฟิลเลอร์ที่มีสารอุ้มน้ำทดแทนคอลลาเจนธรรมชาติบนใบหน้า ทุกรุ่นจะอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน (แล้วแต่บุคคล) มีหลายรุ่นเช่นเดียวกันคือ
Belotero Revive (กล่องสีเขียว) ฟิลเลอร์ยอดนิยมที่ผสาน Hyaluronic Acid และ Glycerol ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นตั้งแต่ชั้นผิวใน (Dermis) ถึงชั้นนอกสุด (The stratum corneum) ฟื้นฟูผิวมีปัญหา ช่วยยกระชับใบหน้า
Belotero Intense (กล่องสีชมพู) ฟิลเลอร์เนื้อแน่น ขึ้นรูปง่าย คงทรงดี มีความยืดหยุ่นสูง แก้ไขร่องลึกมากจากการยุบตัวของเนื้อเยื่อ เหมาะสำหรับเติมเต็มในชั้นผิวลึก
Belotero Volume (กล่องสีม่วง) ฟิลเลอร์เนื้อแน่น ยืดหยุ่นและคงตัวสูง เหมาะสำหรับเสริมกระดูกใต้ตาชั้นลึก และบริเวณที่กระดูกยุบตัว เช่น ร่องแก้ม โหนกแก้ม ขมับ คาง ช่วยเสริมโครงหน้าให้มีมิติ
Belotero Balance (กล่องสีส้ม) ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ละเอียด คงรูปได้ดี ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับเสริมหน้าผากและแก้ไขริ้วรอยระดับปานกลาง
Belotero Soft (กล่องสีเหลือง) ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด โมเลกุลขนาดเล็ก ฉีดแล้วเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับริ้วรอยตื้นๆ บนผิวชั้นนอก และปัญหาบริเวณใต้ตา
Belotero Lips (กล่องสีแดง) มี 2 ประเภท:
ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อที่หมอกล่าวไปทุกยี่ห้อจะเป็นฟิลเลอร์แท้ ซึ่งทุกยี่ห้อจะมีคุณสมบัติที่คล้ายคลึ่งกันคือสามารถเติมเต็มร่องลึก เติมเต็มใบหน้าส่วนที่ขาด และลดเลือนความหมองคล้ำริ้วรอยต่าง ๆ ได้ดีเช่นเดียวกัน ซึ่งหากถามว่าอันไหนดีที่สุดอาจจะตอบได้ยากค่ะ เพราะฟิลเลอร์แต่ละชนิดไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนไข้เลือกได้ แต่ขึ้นอยู่กับปัญหาที่คนไข้มี แม้ว่าจะมีปัญหาเดียวกัน แต่คนไข้แต่ละคนก็ตอบสนองกับ
ซึ่งหากเป็นคนที่อยากได้ผลลัพธ์ที่สวยงามที่สุด แนะนำให้ไปปรึกษากับคุณหมอที่คลินิกเพื่อรับคำแนะนำจะดีที่สุด แต่ไม่ว่าจะฉีดฟิลเลอร์แบบไหนก็ตาม ต้องระมัดระวังฟิลเลอร์ปลอมนะคะ
หลักการทำงาน เป็นสารเติมเต็มที่ฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนัง จากกรดไฮยาลูโรนิก (HA Fillers): เป็นสารที่ร่างกายสามารถย่อยสลายได้เอง ปลอดภัยสูง นิยมใช้มากที่สุด
ประโยชน์ของฟิลเลอร์ เติมเต็มร่องลึก เติมเต็มรอยเหี่ยวย่น ปรับรูปหน้าให้มีมิติ เพิ่มความกระชับให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น เติมริมฝีปากให้อิ่ม และปรับโครงหน้าให้สมดุลมากขึ้น
บริเวณที่นิยมฉีด ขมับ ร่องแก้ม ริมฝีปาก โหนกแก้ม คาง จมูก และรอยคล้ำใต้ตา
หลักการทำงาน โบท็อกซ์มีส่วนผสมสำคัญคือสารบอทูลินัม ท็อกซิน จากเชื้อ Clostridium botulinum ที่มีคุณสมบัติช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อแบบชั่วคราว ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและลดการเกิดริ้วรอยบนผิวหนัง
ประโยชน์ ลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ แลดูอ่อนกว่าวัยลง ลดกรามให้เล็กลง ยกกระชับใบหน้าและลำคอ และบรรเทาอาการเหงื่อออกมากผิดปกติ
บริเวณที่นิยมฉีด หน้าผาก ระหว่างคิ้ว รอยตีนกา บริเวณกราม ลำคอ และช่วงไหล่
ฟิลเลอร์และโบท็อกซ์เป็นวิธีการเสริมความงามที่แตกต่างกัน แต่สามารถเสริมการทำงานซึ่งกันและกันได้อย่างดี ฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มปริมาตรที่สูญเสียไป ขณะที่โบท็อกซ์ช่วยลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอย การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับความต้องการและสภาพผิวของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
โปรแกรม Filler เป็นสารเติมเต็มที่มีส่วนประกอบสำคัญคือ กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic acid)ที่มีอยู่แล้วในร่างกายเราตามธรรมชาติ สารนี้มีความสามารถในการอุ้มน้ำได้มาก ทำให้ผิวดูเต่งตึง อิ่มน้ำ
กลไกการทำงาน: เมื่อฉีดเข้าไปจะทำหน้าที่เหมือน “ตัวเติมเต็ม” ที่ช่วยเสริมในจุดที่ใบหน้าหย่อนคล้อยหรือมีร่องลึก เช่น ร่องแก้ม รอยย่นรอบปาก แลดูจางลง
ประโยชน์ของโปรแกรมฟิลเลอร์ : แก้ไขริ้วรอยได้ทันที เติมเต็มร่องแก้มและรอยเหี่ยวย่น ช่วยยกกระชับและปรับมิติรูปหน้า
ระยะเวลา : อยู่ได้ประมาณ 6 เดือน – 2 ปี (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับรุ่นของฟิลเลอร์ บริเวณที่ฉีด และการดูแลตัวเองหลังฉีด)
โปรแกรม Sculptra เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่มีส่วนประกอบสำคัญคือ Poly-L-Lactic-Acid ซึ่งจะกระตุ้นให้ร่างกายให้สร้างคอลลาเจน
กลไกทำงาน : เพิ่มความแข็งแรงให้ผิวจากภายใน ช่วยให้ผิวฟูขึ้น แน่นขึ้น เรียบเนียนขึ้น ลดร่องริ้วรอย เพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว
เหมาะกับการฉีดทั่วใบหน้าที่ต้องการความเฟิร์มแน่น ปรัยบผิวให้ดูกระชับ แลดูอ่อยกว่าวัย
ระยะเวลา : อยู่ได้นานกว่า 25 เดือน *ตามผลวิจัย
สำหรับใครที่อยากอ่านเวอร์ชั่นเต็มก็สามารถอ่านได้จากบทความนี้ค่ะ 4 สิ่งที่ควรรู้ก่อน ฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก ช่วยอะไรได้ ต้องรู้อะไรบ้าง?
โดยเฉลี่ยประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์และบริเวณที่ฉีด เช่น ริมฝีปากจะอยู่ได้สั้นกว่าแก้มหรือคาง และการดูแลตัวเองของคนไข้
ไม่เจ็บมากอย่างที่คิด เพราะหมอจะทายาชาก่อนฉีด และในฟิลเลอร์หลาย ๆ รุ่นสมัยนี้มียาชาผลมอยู่ด้วย ทำให้ตอนฉีดสารเติมเต็มเข้าไปคนไข้จะรู้สึกลดน้อยลงค่ะ ซึ่งในกรณีที่คนไข้กังวลหรือกลัวเจ็บมาก ๆ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ค่ะ เจ้าหน้าที่จะประคบน้ำแข้งเพิ่มให้ก่อนฉีดจะช่วยลดความเจ็บลงอีกค่ะ
ได้เลยค่ะ ส่วนใหญ่ฉีดเสร็จก็กลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตปกติได้ทันที อาจมีรอยแดงนิดหน่อยแต่จะหายไปใน 1-2 ชั่วโมง
สามารถแก้ไขได้ค่ะ เพราะฟิลเลอร์ HA แท้สามารถสลายด้วยเอนไซม์พิเศษได้ถ้าไม่พอใจกับผลลัพธ์ สามารถฉีดเอนไซม์สลายได้ หรือไม่ก็รอให้ฟิลเลอร์สลายตัวก่อนแล้วค่อยฉีดใหม่ก็ได้ค่ะ
ส่วนใหญ่ฟิลเลอร์ HA จะมีความเสี่ยงต่ำมากค่ะ เพราะว่าสาร HA เป็นสารที่คล้ายกับที่มีในร่างกายอยู่แล้ว แต่เพื่อความปลอดภัยควรแจ้งประวัติการแพ้ให้หมอทราบก่อน และอาจทำการทดสอบก่อนฉีดจริง
ฟิลเลอร์จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและถูกกำจัดออกผ่านระบบน้ำเหลือง ไม่ต้องกังวลว่ามันจะสะสมในร่างกาย
ไม่จริงเลยค่ะ เพราะการฉีดฟิลเลอร์ไม่ทำให้ผิวหย่อนเร็วขึ้น แต่การฉีดซ้ำยังช่วยให้ผิวกระชับ แลดูอ่อนเยาว์ขึ้นดูเสมอด้วยค่ะ
ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังฉีดฟิลเลอร์ก่อนทำทรีทเม้นท์ที่ใช้ความร้อนหรือแรงกระแทก เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่ของฟิลเลอร์
ได้ค่ะ แต่ควรรอให้ฟิลเลอร์สลายไปก่อน หรือใช้น้ำยาสลายฟิลเลอร์ก่อนทำศัลยกรรม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและลดความเสี่ยง
หมอโบไม่แนะนำให้ฉีดในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรนะคะ เพราะยังไม่มีการศึกษาที่ยืนยันความปลอดภัย 100% ควรรอให้พ้นช่วงนี้ไปก่อนค่า
ควรงดออกกำลังกายอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงหลังฉีด เพราะการเพิ่มอัตราการไหลเวียนของเลือดอาจทำให้เกิดรอยช้ำหรือบวมมากขึ้น
โดยปกติไม่ก่อให้เกิดสิว ฟิลเลอร์ HA มีความเข้ากันได้ดีกับผิวหนัง แต่ถ้าคุณมีผิวแพ้ง่ายหรือเป็นสิวอยู่แล้ว ควรแจ้งแพทย์เพื่อเลือกชนิดฟิลเลอร์ที่เหมาะสม
ควรงดนวดหน้าบริเวณที่ฉีดประมาณ 2 สัปดาห์ เพราะการนวดอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่หรือกระจายไปยังบริเวณที่ไม่ต้องการ
ยาบางชนิด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาต้านการอักเสบ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำ ควรแจ้งประวัติการใช้ยาทั้งหมดให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้งค่ะ