หนึ่งในนวัตกรรมสำหรับการโกงอายุ หน้าเด็ก ลดอายุแบบรวดเร็ว คือ การฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า (สารเติมเต็ม) ซึ่งเป็นการทำให้หน้าดูสวยเป็นธรรมชาติแบบไม่ต้องขึ้นเตียงผ่าตัดให้เจ็บตัว ก็สามารถปรับแต่งรูปหน้าให้เรียวสวยได้ทุกส่วนทั้งคาง แก้ม ขมับ ร่องแก้ม และหน้าผาก

สารบัญบทความ

ทำความรู้จักกับฟิลเลอร์ Filler คืออะไร ?

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มที่ใช้ฉีดเพื่อแก้ไขปัญหาร่องลึกบนใบหน้าและฟื้นฟูความชุ่มชื้นให้กับผิว สารนี้มีลักษณะเป็นเจลใส มีความหนืดที่สามารถเติมเต็มริ้วรอยตื้น ร่องลึก และปรับรูปทรงใบหน้าได้ โดยส่วนประกอบของฟิลเลอร์นั้นทำมาจากกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะในผิวหนัง กระดูกอ่อน และน้ำในลูกตา ซึ่งเป็นสารเติมเต็มที่นิยมนำมาใช้ได้อย่างแพร่หลายและยังสามารถสลายตัวไปเองได้ตามธรรมชาติ 

โดยโปรแกรมฟิลเลอร์นั้น เป็นสารเติมเต็มที่สามารถนำมาใช้แก้ไขปัญหาหลากหลายบริเวณของใบหน้า เช่น ร่องใต้ตา ร่องแก้ม ขมับตอบ แก้มตอบ คางสั้น ริมฝีปากบาง รวมถึงหลุมสิวและเส้นรอยย่นรอบลำคอ นอกจากการเติมเต็มร่องลึกแล้ว ฟิลเลอร์ยังมีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวที่แห้งกร้าน ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมามีสุขภาพดีและแลดูอ่อนเยาว์มากขึ้น

ส่วนประกอบของฟิลเลอร์

  1.  กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid): เป็นส่วนประกอบหลักของฟิลเลอร์ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน มีคุณสมบัติดูดซับน้ำได้มาก (สามารถอุ้มน้ำได้มากกว่า 1,000 เท่าของน้ำหนักตัวเอง) ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว 
  2. สารเชื่อมโยง (Cross-linking Agents): สารที่ใช้เชื่อมโมเลกุลของกรดไฮยาลูโรนิกเข้าด้วยกัน ทำให้เจลมีความหนืดและคงอยู่ในร่างกายได้นานขึ้น เช่น BDDE (1,4-butanediol diglycidyl ether)

  3. ยาชาเฉพาะที่ (Lidocaine): ในฟิลเลอร์หลายชนิดมักมีส่วนผสมของยาชาเพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างการฉีด ทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บน้อยลงระหว่างทำหัตถการ

  4. บัฟเฟอร์ (Buffer): สารที่ช่วยรักษาระดับความเป็นกรด-ด่าง (pH) ให้เหมาะสมกับผิวหนัง

  5. น้ำกลั่น (Sterile Water): ใช้เป็นตัวทำละลายและปรับความเข้มข้นของเจล



การเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อผลลัพธ์ของการรักษา คนไข้หรือผู้ที่สนใจโปรแกรมฟิลเลอร์หรือฉีดสารเติมเต็มชนิดนี้ควรเลือกใช้บริการจากสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือและแพทย์ที่มีความรู้เพื่อความมั่นใจในผลลัทธ์ และต้องศึกษาวิธีการแยกฟิลเลอร์แท้จากฟิลเลอร์ปลอมด้วยเพื่อป้องกันการแอบอ้างการใช้ฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ได้คุณภาพ

ชนิดของสารเติมเต็มฟิลเลอร์ที่นิยมฉีดในปัจจุบัน

หากแบ่งชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้สำหรับฉีดเติมเต็มร่องริ้วรอยต่าง ๆ แบ่งได้เป็น 3 ชนิด คือ

  • ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว คือ สาร Hyaluronic Acid ที่ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ เมื่อฉีดเข้าบริเวณที่ต้องการจะสามารถคงสภาพได้ประมาณ  6 เดือนถึง 1 ปี (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับบุคคล) มีความเสี่ยงต่ำ สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งฟิลเลอร์ชนิดนี้จะเป็นกลุ่มที่นิยมใช้ในโปรแกรมฟิลเลอร์ในหัตถการทั่วไปในคลินิกค่ะ 
  • ฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร คือ เช่น สาร PMMA (Polymethyl-methacrylate) สารโพลีอัลคิลลิไมด์ (Polyakylimide) เป็นสารที่สังเคราะห์ที่สามารถเข้ากับได้กับเนื้อเราได้ ข้อดีคือ สามารถอยู่คงทนกว่าแบบแรก ซึ่งในบางรายอาจจะอยู่ได้นานถึง 2 ปี สามารถสลายเองได้ แต่ก็จัดอยู่ในกลุ่มฟิลเลอร์ที่มีความเสี่ยงระดับกลางในบางรายอาจจะมีอาการแพ้ได้
  • ฟิลเลอร์แบบถาวร หรือที่รู้จักก็คือ ซิลิโคนเหลว เป็นฟิลเลอร์ชนิดเดียวที่ไม่สามารถสลายออกเองได้ มีความเสี่ยงสูง หลังฉีดทำให้เกิดเป็นก้อนเป็นลำ และหากจะเอาออกต้องขูดออกสถานเดียว ผลข้างเคียงเยอะเสี่ยงต่อการอักเสบ ในบางรายขั้นทำให้ผิวหนังที่ฉีดผิดรูป ดังนั้นหมอจึงไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ชนิดนี้เลย

ฟิลเลอร์เดอโบคลินิก จะมีให้บริการเฉพาะ “ฟิลเลอร์แท้” นำเข้าจากยุโรปแท้ก็คือยี่ห้อ JUVEDERM , RESTYLANE ซึ่งก่อนฉีดหมอจะทำการแกะกล่องต่อหน้าคนไข้ก่อนฉีดทุกกล่อง เพื่อตอกย้ำความมั่นใจว่า ฟิลเลอร์ที่หมอโบเลือกใช้นั้นเป็นของแท้ ไม่มีการสอดไส้หรือหลอกลวงแน่นอนค่ะ

โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler) ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?

เป็นการเติมเต็มบริเวณร่องใต้ตาลึก ด้วยสารประเภทไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic acid) เพื่อแก้ไขปัญหาใต้ตาคล้ำ ร่องใต้ตาลึก ถุงไขมันใต้ตา เปลี่ยนใบหน้าที่ดูเหนื่อยล้า อดนอน ให้ดูสดชื่น สดใส คืนความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้า ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้อยู่ระหว่าง 1-3 cc ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปัญหามากน้อยและโครงสร้างใบหน้าของคนไข้แต่ละคน

ขมับตอบทำให้เกิดปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย และเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงอายุที่มากขึ้น ทำให้บริเวณโหนกแก้มของเราดูนูนใหญ่กว่าที่ควรจะเป็น ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้โดยการเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์ บริเวณขมับค่ะ ทำให้ใบหน้าดูยกกระชับ หน้าเรียวขึ้น โหนกแก้มลดลง กรอบหน้าดูละมุนและอ่อนเยาว์ขึ้น ทำการรักษาเพียงครั้งเดียวอยู่นานถึง 2 ปี ใช้ฟิลเลอร์เพียง 1cc / ข้าง

 

ร่องแก้มเป็นอีกหนึ่งบริเวณที่ทำให้ดูมีอายุ และดูใบหน้าหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึกเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างกระดูกใบหน้าในช่วงอายุตั้งแต่ 30 ปี ขึ้นไป ในบางราย ร่องแก้มลึกอาจเกิดหลังจากการจัดฟัน เราสามารถแก้ปัญหาร่องแก้มลึกได้โดยการเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์จะทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น

โปรแกรมฟิลเลอร์แก้มตอบใช้สารกรดไฮยาลูโรนิกฉีดเข้าบริเวณแก้มเพื่อเพิ่มปริมาตรให้กับใบหน้าที่ดูผอมหรือแก้มบุ๋ม เมื่ออายุมากขึ้น แก้มมักจะยุบตัวทำให้ใบหน้าดูโทรมและดูแก่กว่าวัยช่วยเพิ่มมิติให้แก้มดูอิ่มเต็ม สร้างโครงหน้าให้มีมิติ ลดเส้นร่องแก้มให้ตื้นขึ้น ยกกระชับผิวบริเวณแก้มและใต้ตา ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์

โปรแกรมฉีดเสริมคางด้วยฟิลเลอร์เป็นหนึ่งในการปรับโครงหน้าที่ได้รับความนิยม โดยแพทย์จะนำสารเติมเต็มไฮยาลูโรนิกมาฉีดบริเวณคางเพื่อปรับแต่งโครงสร้าง ทำให้คางมีมิติชัดเจน หรือแก้ไขคางให้มีความสมดุลมากขึ้น

โปรแกรมฟิลเลอร์ปากเป็นการเติมเต็มริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มและมีสุขภาพดี ด้วยการฉีด HA Filler (กรดไฮยาลูโรนิก) เข้าสู่ริมฝีปาก ช่วยแก้ไขปัญหาลิปสติกตกร่อง ปากแห้งเป็นขุย และริมฝีปากบางไม่มีมิติ การทำโปรแกรมฟิลเลอร์ปากใช้ปริมาณเพียง 1 ซีซี ก็ช่วยให้ผลลัพธ์ริมฝีปากดูอิ่มเป็นธรรมชาติ มีขอบปากที่คมชัด และความชุ่มชื้นที่ดีขึ้น 

โปรแกรมฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปตามวัย และแก้ไขปรับสมดุลให้ใบหน้าดูสมส่วน สวยงาม ด้วยการเติมเต็มสารไฮยาลูโรนิกเข้าสู่จุดต่าง ๆ ของใบหน้า เพื่อยกกระชับใบหน้าโดยรวม ให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ ปรับให้ใบหน้าให้มีมิติชัดเจน โปรแกรมนี้มีความเฉพาะตัวสำหรับแต่ละบุคคล แพทย์จะวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าและออกแบบการฉีดให้เหมาะสม เพื่อปรับรูปหน้าให้สวยสมส่วนและดูเป็นธรรมชาติ

โปรแกรมฟิลเลอร์

สิ่งที่ทำให้คนไข้ทุกรายติดใจและกลับมาใช้บริการซ้ำกับหมอโบ ไม่ใช่เพียงความใส่ใจในรายละเอียดเพื่อผลลัพธ์ที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเทคนิคพิเศษเฉพาะตัวที่โดดเด่น

หมอโบมีความมือเบาส่งผลให้คนไข้รู้สึกเจ็บปวดน้อยมาก และในขั้นตอนการเติมเต็มสารนั้น หมอโบยังคำนึงถึงโครงสร้างใบหน้าอย่างเป็นองค์รวมเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด ส่งผลให้นอกจากจะได้ความสวยงามแล้ว ยังได้การยกกระชับใบหน้าไปพร้อมกัน

จุดเด่นอีกประการที่ทำให้คนไข้ประทับใจคือ หลังการฉีดจะแทบไม่มีร่องรอยของเข็มหรือรอยช้ำบนใบหน้าเลย ทำให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที ไม่ว่าจะไปช้อปปิ้ง ทานข้าว หรือพบปะเพื่อนฝูง โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครสังเกตเห็นรอยเข็มเลย

ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เดอโบคลินิกเลือกใช้

ฟิลเลอร์ ยี่ห้อ Juvederm ​

ฟิลเลอร์ ยี่ห้อ Juvederm

ฟิลเลอร์แบรนด์อเมริกาที่ได้รับความนิยมสูงมาก มีมาตรฐานสูง จุดเด่นของฟิลเลอร์ยี่ห้อนี้คือ มีความยืดหยุ่นสูง มีความคงตัวดี อุ้มน้ำสูง มีส่วนผสมของ LIDOCAINE ยาชาชนิดหนึ่งที่ช่วยลดความเจ็บ และยังช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลายขณะฉีดอีกด้วย 

  • Juvederm VOLUMA  คุณสมบัติพิเศษของรุ่นนี้คือ เนื้อฟิลเลอร์จะมีความเป็นเนื้อเจลหนาแน่นและคงตัวได้ดี เมื่อฉีดเข้าไปจะทำให้ผิวเรียบเนียน ยกกระชับใบหน้า มีผลข้างเคียงน้อย เหมาะสำหรับฉีดบริเวณขมับ แก้ม คาง และการปรับรูปหน้า 

  • Juvederm VOLIFT เนื้อฟิลเลอร์จะมีความนิ่มปานกลาง ไม่ไหลง่าย นิยมใช้ฉีดเติมร่องลึกต่าง ๆ เช่น ขมับ ร่องน้ำหมาก โปรแกรมฟิลเลอร์ทำปากเป็นรูปกระจับ 

  • Juvederm VOLBELLA  เนื้อฟิลเลอร์ให้ความสัมผัสคล้ายเจลนิ่มๆ  เหมาะสำหรับการฉีดแก้ไขบริเวณที่มีปัญหาไม่เยอะ หรือมีริ้วรอยบาง ๆ เช่น ริ้วรอยตื้น ๆ บริเวณใต้ตา ฉีดเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ริมฝีปาก

  • Juvederm ULTRA XC เนื้อฟิลเลอร์นิ่ม เหมาะสำหรับใช้ฉีดเพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึก ๆ เช่น ขมับ แก้ม ริ้วรอยลึก คาง และจมูก 

  • Juvederm ULTRA PLUS XC เนื้อฟิลเลอร์คล้ายเจลมีความแน่นสูง นิยมใช้ปรับบริเวณที่ต้องการความอิ่มฟูเยอะ ๆ เช่น ขมับ แก้มตอบ ร่องแก้ม คาง และปรับรูปหน้าเพราะให้ผลลัพธ์ที่สวยดูเป็นธรรมชาติ 

  • Juvederm VOLITE   จุดเด่นของรุ่นนี้คือ เนื้อฟิลเลอร์มีความบางเบาสูง เมื่อฉีดเข้าไปแล้วส่งผลให้บริเวณที่ฉีดมีความชุ่มชื่น ฉ่ำวาว แลดูสุขภาพดี ลดเลือนริ้วรอย รูขุมขนเล็กลง และเหมาะสำหรับฉีดแก้ไขผิวหน้า ลำคอ เนินอก และหลังมือ

ฟิลเลอร์ ยี่ห้อ Restylane​

ฟิลเลอร์ ยี่ห้อ Restylane

สำหรับฟิลเลอร์ยี่ห้อนั้น Restylane สัญชาติสวีเดนที่มีความปลอดภัยสูงเพราะมีส่วนประกอบสำคัญที่ใกล้เคียงกับไฮยารูลอนิกแอซิดที่อยู่ในร่างกายมนุษย์ จึงทำให้เกิดการแพ้หรือผลข้างเคียงน้อยมากก นิยมนำไปใช้ได้หลายบริเวณ

  • Restylane Perlane Lyft : มีส่วนผสมของยาชา เป็นเนื้อฟิลเลอร์คงตัวสูง สามารถสลายตัวได้เอง นิยมนำมาใช้ฉีดบริเวณใต้ตา จมูก และแก้ม 
  • Restylane Defyne : มีส่วนผสมของยาชาเช่นกัน เนื้อฟิลเลอร์เนื้อแข็งคล้ายเจล เหมาะสำหรับใช้ฉีดริ้วรอยลึก ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ฉีดโหนกแก้ม 
  • Restylane Vital : รุ่นนี้ไม่มีส่วนผสมของยาชา เป็นฟิลเลอร์โมเลกุลเล็กเหมาะสำหรับใช้ฉีด เช่น บริเวณใต้ตา หรือบริเวณหน้าผาก 
  • Restylane Vital Light : รุ่นนี้ไม่มีส่วนผสมของยาชา เป็นฟิลเลอร์ที่ใช้เจลโมเลกุลเล็ก มีความนิ่มเหมาะแก้ปัญหาร่องลึกใต้ตา และเติมฟิลเลอร์ปาก 
  • Restylane Volyme : มีส่วนผสมของยาชา เหมาะสำหรับใช้สำหรับแก้ปัญหาแก้มตอบ 
  • Restylane Refyne : มีส่วนผสมของยาชา เนื้อฟิลเลอร์คล้ายเจลมีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับฉีดเพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยลึกบริเวณแก้มหรือปาก เช่น ร่องลักยิ้ม ร่องมุมปาก
  • Restylane รุ่นนี้ไม่มีส่วนผสมของยาชา เป็นฟิลเลอร์โมเลกุลใหญ่เน้นการฉีดเพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยที่มีปัญหาปานกลาง-มาก เช่น ร่องแก้ม ร่องขมวดคิ้วเป็นต้น 
  • Restylane SubQ : เป็นฟิลเลอร์เนื้อแน่นและหนักที่สุดในทุกๆ รุ่นของยี่ห้อนี้ มีคุณสมบัติให้การฟื้นฟูบริเวณผิวที่มีปัญหาหนักมาก ๆ จำเป็นจะต้องใช้เข็มปลายทู่ในการทำหัตถการค่ะ

ฟิลเลอร์ ยี่ห้อ Belotero

ฟิลเลอร์สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ที่มีจุดเด่น คือ กล่องจะมีสีสันสดใสบ่งบอกรุ่นแต่ละสูตรทำให้จดจำได้ง่าย มีส่วนประกอบสำคัญจาก Hyaluronic acid-HA และยังมีคุณสมบัติเป็นฟิลเลอร์ที่มีสารอุ้มน้ำทดแทนคอลลาเจนธรรมชาติบนใบหน้า ทุกรุ่นจะอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน (แล้วแต่บุคคล) มีหลายรุ่นเช่นเดียวกันคือ 

  • Belotero Revive (กล่องสีเขียว) ฟิลเลอร์ยอดนิยมที่ผสาน Hyaluronic Acid และ Glycerol ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นตั้งแต่ชั้นผิวใน (Dermis) ถึงชั้นนอกสุด (The stratum corneum) ฟื้นฟูผิวมีปัญหา ช่วยยกระชับใบหน้า 

  • Belotero Intense (กล่องสีชมพู) ฟิลเลอร์เนื้อแน่น ขึ้นรูปง่าย คงทรงดี มีความยืดหยุ่นสูง แก้ไขร่องลึกมากจากการยุบตัวของเนื้อเยื่อ เหมาะสำหรับเติมเต็มในชั้นผิวลึก

  • Belotero Volume (กล่องสีม่วง) ฟิลเลอร์เนื้อแน่น ยืดหยุ่นและคงตัวสูง เหมาะสำหรับเสริมกระดูกใต้ตาชั้นลึก และบริเวณที่กระดูกยุบตัว เช่น ร่องแก้ม โหนกแก้ม ขมับ คาง ช่วยเสริมโครงหน้าให้มีมิติ

  • Belotero Balance (กล่องสีส้ม) ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ละเอียด คงรูปได้ดี ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับเสริมหน้าผากและแก้ไขริ้วรอยระดับปานกลาง

  • Belotero Soft (กล่องสีเหลือง) ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด โมเลกุลขนาดเล็ก ฉีดแล้วเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับริ้วรอยตื้นๆ บนผิวชั้นนอก และปัญหาบริเวณใต้ตา

  • Belotero Lips (กล่องสีแดง) มี 2 ประเภท:

    • Lips Shape: เพิ่มความอวบอิ่มให้ริมฝีปาก
    • Lips Contour: ปรับรูปทรงปาก ทำให้ขอบปากคมชัด

ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีที่สุด

ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อที่หมอกล่าวไปทุกยี่ห้อจะเป็นฟิลเลอร์แท้ ซึ่งทุกยี่ห้อจะมีคุณสมบัติที่คล้ายคลึ่งกันคือสามารถเติมเต็มร่องลึก เติมเต็มใบหน้าส่วนที่ขาด และลดเลือนความหมองคล้ำริ้วรอยต่าง ๆ ได้ดีเช่นเดียวกัน ซึ่งหากถามว่าอันไหนดีที่สุดอาจจะตอบได้ยากค่ะ เพราะฟิลเลอร์แต่ละชนิดไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนไข้เลือกได้ แต่ขึ้นอยู่กับปัญหาที่คนไข้มี แม้ว่าจะมีปัญหาเดียวกัน แต่คนไข้แต่ละคนก็ตอบสนองกับ

ซึ่งหากเป็นคนที่อยากได้ผลลัพธ์ที่สวยงามที่สุด แนะนำให้ไปปรึกษากับคุณหมอที่คลินิกเพื่อรับคำแนะนำจะดีที่สุด แต่ไม่ว่าจะฉีดฟิลเลอร์แบบไหนก็ตาม ต้องระมัดระวังฟิลเลอร์ปลอมนะคะ

ฟิลเลอร์ (Fillers) Vs โบท็อกซ์ (Botox) ต่างกันยังไง ??

ฟิลเลอร์ (Fillers) Vs โบท็อกซ์ (Botox) ต่างกันยังไง ?

ฟิลเลอร์ (Fillers): สารเติมเต็มเพื่อความสมดุล

หลักการทำงาน เป็นสารเติมเต็มที่ฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนัง จากกรดไฮยาลูโรนิก (HA Fillers): เป็นสารที่ร่างกายสามารถย่อยสลายได้เอง ปลอดภัยสูง นิยมใช้มากที่สุด 

ประโยชน์ของฟิลเลอร์ เติมเต็มร่องลึก เติมเต็มรอยเหี่ยวย่น ปรับรูปหน้าให้มีมิติ เพิ่มความกระชับให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น เติมริมฝีปากให้อิ่ม และปรับโครงหน้าให้สมดุลมากขึ้น

บริเวณที่นิยมฉีด ขมับ ร่องแก้ม ริมฝีปาก โหนกแก้ม คาง จมูก และรอยคล้ำใต้ตา

  • กลไกการทำงาน:
    • ฟิลเลอร์: การเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป หรือ ยุบลงในบริเวณที่ต้องการเพื่อแก้ไขให้ใบหน้าหรือส่วนที่ต้องการเต็ม และตื้นขึ้น 
  • ผลลัพธ์:
    •  เติมเต็มให้ผิวดูอิ่ม ลดร่องลึก สร้างมิติให้ใบหน้า
  • ระยะเวลาในการออกฤทธิ์:
    • ฟิลเลอร์: 6 เดือน – 2 ปี *ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ บริเวณที่ฉีด และการดูแลตัวเองแต่ละบุคคล

โบท็อกซ์ (Botox) : สารปรับรูปหน้าให้เล็กลง

หลักการทำงาน โบท็อกซ์มีส่วนผสมสำคัญคือสารบอทูลินัม ท็อกซิน จากเชื้อ Clostridium botulinum ที่มีคุณสมบัติช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อแบบชั่วคราว ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและลดการเกิดริ้วรอยบนผิวหนัง

ประโยชน์ ลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ แลดูอ่อนกว่าวัยลง ลดกรามให้เล็กลง ยกกระชับใบหน้าและลำคอ และบรรเทาอาการเหงื่อออกมากผิดปกติ

บริเวณที่นิยมฉีด หน้าผาก ระหว่างคิ้ว รอยตีนกา บริเวณกราม ลำคอ และช่วงไหล่

  • กลไกการทำงาน:
    • โบท็อกซ์: ลดการทำงานของกล้ามเนื้อ เพื่อลดริ้วรอยที่เกิดจากล้ามเนื้อ
  • ผลลัพธ์:
    • ช่วยให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ ลดริ้วรอยบริเวณหางตา หัวคิ้ว ใบหน้าดูเล็กลง กระชับขึ้น
  • ระยะเวลาในการออกฤทธิ์:
    • โบท็อกซ์: 3-6 เดือน *ขึ้นอยู่กับชนิดของโบท็อกซ์ บริเวณที่ฉีด และการดูแลตัวเองแต่ละบุคคล

ฟิลเลอร์และโบท็อกซ์เป็นวิธีการเสริมความงามที่แตกต่างกัน แต่สามารถเสริมการทำงานซึ่งกันและกันได้อย่างดี ฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มปริมาตรที่สูญเสียไป ขณะที่โบท็อกซ์ช่วยลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอย การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับความต้องการและสภาพผิวของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด

ฟิลเลอร์ Vs Sculptra เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?

ฟิลเลอร์ (Fillers) : สารเติมเต็ม

โปรแกรม Filler เป็นสารเติมเต็มที่มีส่วนประกอบสำคัญคือ กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic acid)ที่มีอยู่แล้วในร่างกายเราตามธรรมชาติ สารนี้มีความสามารถในการอุ้มน้ำได้มาก ทำให้ผิวดูเต่งตึง อิ่มน้ำ

กลไกการทำงาน: เมื่อฉีดเข้าไปจะทำหน้าที่เหมือน “ตัวเติมเต็ม” ที่ช่วยเสริมในจุดที่ใบหน้าหย่อนคล้อยหรือมีร่องลึก เช่น ร่องแก้ม รอยย่นรอบปาก แลดูจางลง

ประโยชน์ของโปรแกรมฟิลเลอร์ : แก้ไขริ้วรอยได้ทันที เติมเต็มร่องแก้มและรอยเหี่ยวย่น ช่วยยกกระชับและปรับมิติรูปหน้า

ระยะเวลา : อยู่ได้ประมาณ 6 เดือน – 2 ปี (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับรุ่นของฟิลเลอร์ บริเวณที่ฉีด และการดูแลตัวเองหลังฉีด)

Sculptra : สารกระตุ้นคอลลาเจน

โปรแกรม Sculptra เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่มีส่วนประกอบสำคัญคือ Poly-L-Lactic-Acid ซึ่งจะกระตุ้นให้ร่างกายให้สร้างคอลลาเจน 

กลไกทำงาน : เพิ่มความแข็งแรงให้ผิวจากภายใน ช่วยให้ผิวฟูขึ้น แน่นขึ้น เรียบเนียนขึ้น ลดร่องริ้วรอย เพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว

เหมาะกับการฉีดทั่วใบหน้าที่ต้องการความเฟิร์มแน่น ปรัยบผิวให้ดูกระชับ แลดูอ่อยกว่าวัย

ระยะเวลา : อยู่ได้นานกว่า 25 เดือน *ตามผลวิจัย

วิธีดูแลตัวเอง “ก่อน”ทำการฉีดฟิลเลอร์

  • ควรงดทานยา แอสไพริน, NSAIDs เช่น Ibruprofen diclofenac ponstan เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำ และหากมีความจำเป็นที่ต้องใช้ยาจำพวกนี้ควรจะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนหยุดทานนะคะ
  • งดการทานวิตามินบางชนิด เช่น  St. Johns Wort, Ginko biloba,Vitamin E เวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำ
  • หยุดการแว็กซ์ผิว ผลัดผิว หรือการดึงขนหรือโกนขนในบริเวณนั้นๆ เป็นเวลา 3 วันก่อนมาทำ
  • ห้ามนวดหน้าหรือเลเซอร์ต่างๆ อย่างน้อย 3 วัน
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชม. ก่อนทำ
  • ควรงดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 ชม. ก่อนทำ เช่น ซาวน่า การออกกำลังกายแบบ Cardio

สำหรับใครที่อยากอ่านเวอร์ชั่นเต็มก็สามารถอ่านได้จากบทความนี้ค่ะ 4 สิ่งที่ควรรู้ก่อน ฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก ช่วยอะไรได้ ต้องรู้อะไรบ้าง?

ดูแลตัวเอง “หลัง” ทำการฉีดฟิลเลอร์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์

โดยเฉลี่ยประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์และบริเวณที่ฉีด เช่น ริมฝีปากจะอยู่ได้สั้นกว่าแก้มหรือคาง และการดูแลตัวเองของคนไข้

ไม่เจ็บมากอย่างที่คิด เพราะหมอจะทายาชาก่อนฉีด และในฟิลเลอร์หลาย ๆ รุ่นสมัยนี้มียาชาผลมอยู่ด้วย ทำให้ตอนฉีดสารเติมเต็มเข้าไปคนไข้จะรู้สึกลดน้อยลงค่ะ ซึ่งในกรณีที่คนไข้กังวลหรือกลัวเจ็บมาก ๆ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ค่ะ เจ้าหน้าที่จะประคบน้ำแข้งเพิ่มให้ก่อนฉีดจะช่วยลดความเจ็บลงอีกค่ะ 

ได้เลยค่ะ ส่วนใหญ่ฉีดเสร็จก็กลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตปกติได้ทันที อาจมีรอยแดงนิดหน่อยแต่จะหายไปใน 1-2 ชั่วโมง

สามารถแก้ไขได้ค่ะ เพราะฟิลเลอร์ HA แท้สามารถสลายด้วยเอนไซม์พิเศษได้ถ้าไม่พอใจกับผลลัพธ์ สามารถฉีดเอนไซม์สลายได้ หรือไม่ก็รอให้ฟิลเลอร์สลายตัวก่อนแล้วค่อยฉีดใหม่ก็ได้ค่ะ 

ส่วนใหญ่ฟิลเลอร์ HA จะมีความเสี่ยงต่ำมากค่ะ เพราะว่าสาร HA เป็นสารที่คล้ายกับที่มีในร่างกายอยู่แล้ว แต่เพื่อความปลอดภัยควรแจ้งประวัติการแพ้ให้หมอทราบก่อน และอาจทำการทดสอบก่อนฉีดจริง

ฟิลเลอร์จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและถูกกำจัดออกผ่านระบบน้ำเหลือง ไม่ต้องกังวลว่ามันจะสะสมในร่างกาย

ไม่จริงเลยค่ะ เพราะการฉีดฟิลเลอร์ไม่ทำให้ผิวหย่อนเร็วขึ้น แต่การฉีดซ้ำยังช่วยให้ผิวกระชับ แลดูอ่อนเยาว์ขึ้นดูเสมอด้วยค่ะ

ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังฉีดฟิลเลอร์ก่อนทำทรีทเม้นท์ที่ใช้ความร้อนหรือแรงกระแทก เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่ของฟิลเลอร์

ได้ค่ะ แต่ควรรอให้ฟิลเลอร์สลายไปก่อน หรือใช้น้ำยาสลายฟิลเลอร์ก่อนทำศัลยกรรม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและลดความเสี่ยง

หมอโบไม่แนะนำให้ฉีดในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรนะคะ เพราะยังไม่มีการศึกษาที่ยืนยันความปลอดภัย 100% ควรรอให้พ้นช่วงนี้ไปก่อนค่า

ควรงดออกกำลังกายอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงหลังฉีด เพราะการเพิ่มอัตราการไหลเวียนของเลือดอาจทำให้เกิดรอยช้ำหรือบวมมากขึ้น

โดยปกติไม่ก่อให้เกิดสิว ฟิลเลอร์ HA มีความเข้ากันได้ดีกับผิวหนัง แต่ถ้าคุณมีผิวแพ้ง่ายหรือเป็นสิวอยู่แล้ว ควรแจ้งแพทย์เพื่อเลือกชนิดฟิลเลอร์ที่เหมาะสม

ควรงดนวดหน้าบริเวณที่ฉีดประมาณ 2 สัปดาห์ เพราะการนวดอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่หรือกระจายไปยังบริเวณที่ไม่ต้องการ

 ยาบางชนิด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาต้านการอักเสบ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำ ควรแจ้งประวัติการใช้ยาทั้งหมดให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้งค่ะ 

รีวิวคนไข้ที่รับบริการโปรแกรมฟิลเลอร์จากหมอโบ

© 2025 DE BEAU CLINIC. All Rights Reserved.